ศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

สำหรับคุณผู้หญิงแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวยงามเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ดังนั้นเมื่อคุณมีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดมดลูก สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณ กังวลใจคือ รอยแผลที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัด ในปัจจุบันแพทย์สามารถผ่าตัดมดลูกออกได้ โดยมีรอยแผลผ่าตัดเล็กๆ บริเวณหน้าท้อง การผ่าตัดแบบนี้คือ การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง (Laparoscopic Hysterectomy) ซึ่งเป็นวิธีการผ่าตัดมดลูกที่ปัจจุบันนิยมใช้มากที่สุด นอกจากจะมีรอยแผลผ่าตัดเล็กแล้ว อาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดก็น้อยตัวด้วย ทำให้ใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวได้เร็ว สามารถกลับไป/ทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด

การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องคืออะไร ?

การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง แพทย์จะทำการผ่าตัดโดยเปิดแผลที่หน้าท้องขนาด 1-2 เซนติเมตร 1 รอยบริเวณสะดือ เพื่อสอดกล้องขยายเข้าไปในช่องท้องเป็นการใช้เครื่องมือผ่าตัดชนิดพิเศษเข้าไปในช่องท้อง ทำให้สามารถมองภาพที่จอโทรทัศน์และทำการผ่าตัดได้ดีกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง จากนั้นแพทย์จะเจาะช่องที่ผนังหน้าท้องขนาดช่องละ 1 เซนติเมตร อีก 2 รอย บริเวณหน้าท้อง แล้วใส่เครื่องมือผ่านแผลดังกล่าวเข้าไปในช่องท้อง เพื่อทำการผ่าตัดมดลูกออก ดังนั้นภายหลังการผ่าตัดมดลูก จึงมีแผลเพียงเล็กๆปรากฏที่หน้าท้อง ซึ่งวิธีการผ่าตัดดังที่กล่าวมานี้ หลังผ่าตัดจะมีรอยแผลเล็กๆ บริเวณหน้าท้อง 3 รอย เมื่อแผลหายดีแล้วไม่หลงเหลือรอยแผลเป็นบริเวณหน้าท้องอีก ซึ่งวิธีการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง จะช่วยทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายได้คลายความกังวลเกี่ยวกับรอยแผลหลังผ่าตัดมดลูกได้ สามารถใส่เสื้อเอวลอยหรือโชว์หน้าท้องได้เหมือนเดิม เมื่อคุณผู้หญิงทั้งหลายต้องเข้ารับการผ่าตัดมดลูก ต่อไปก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับรอยแผลผ่าตัดอีก

ถึงแม้ว่า การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง ปัจจุบันจะเป็นวิธีที่คนนิยมเลือกใช้บริการมากที่สุด แต่ใช่ว่าใครก็สามารถผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องได้ เนื่องจากการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน เรามาดูว่าใครสามารถผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องได้และใครที่ไม่สามารถผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องไม่ได้บ้าง

ผู้ที่สามารถผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องได้คือ ?

ในปัจจุบัน การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องนั้น สามารถที่จะทำการรักษาโรคต่างๆ ได้แทบเท่ากับการผ่าตัดมดลูกโดยการผ่าตัดเปิดแผลที่หน้าท้อง ผู้ที่สามารถผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องได้นั้นมีดังนี้

  1. โรคที่ทำให้เกิดการปวดท้องเรื้อรัง
  2. โรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
  3. โรคเนื้องอกที่รังไข่และมดลูก
  4. ท้องนอกมดลูก
  5. การทำหมันแห้ง
  6. การรักษาโรคที่มีบุตรยาก เช่น การตัดท่อนำไข่ที่ตันออกและต่อใหม่
  7. การรักษาโรคของโพรงมดลูก เป็นต้น

ใครไม่สามารถผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง ?

  1. ผู้ที่มีพังผืดมากในอุ้งเชิงกราน
  2. เนื้องอกมดลูกที่มีขนาดใหญ่มาก
  3. ผู้ที่เคยผ่าตัดทางหน้าท้อง

การที่จะเลือกผ่าตัดมดลูกวิธีใดนั้น เราจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อเลือกใช้วิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมกับสภาวะโรคของเรา จะทำให้เกิดการผ่าตัดประสบความสำเร็จและที่ปลอดภัย

การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องนอกจากจะมีข้อกำจัดบางอย่างแล้ว ยังมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่เราควรต้องรู้ก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการผ่าตัด ดังที่จะได้กล่าวต่อไปนี้ เพื่อให้แต่ละคนได้ใช้ประกอบการตัดสินใจเลือก วิธีการผ่าตัดมดลูกให้เหมาะสมกับตัวเอง

ข้อดีของการผ่าตัดมดลูกส่องกล้องคือ ?

การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง เป็นการผ่าตัดมดลูก ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้บริการมากที่สุดในปัจจุบัน ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเลือกวิธีการผ่าตัดแบบนี้ เรามาดูข้อดีของการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง ดังนี้

  1. ผู้ป่วยมีแผลผ่าตัดขนาดเล็กแตกต่างจากการผ่าตัดมดลูกแบบเปิดหน้าท้อง ขนาดแผลที่เกิดขึ้นประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร รวม 3 แผล ที่ผนังหน้าท้องน้อย
  2. เนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดจะมีน้อย
  3. ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ภายใน 1 วันหลังการผ่าตัด สามารถปฏิบัติกิจวัตรส่วนตัวได้ด้วยตนเอง มีความสะดวกสบายมากขึ้นและสามารถออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านได้เร็ว ส่วนใหญ่พักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน หลังจากผ่าตัด
  4. ไม่ต้องหยุดงานนานเหมือนการผ่าตัดมดลูกแบบเปิดหน้าท้อง ผู้ป่วยพักฟื้นที่บ้านเพียง 1 – 2 สัปดาห์ สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ
  5. การเกิดพังผืดและภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดพบน้อยกว่าวิธีการผ่าตัดมดลูกแบบเปิดหน้าท้อง

การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องมีข้อเสียอะไรบ้าง ?

การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องนั้นมีข้อเสียดังต่อไปนี้

  1. ไม่สามารถใช้การผ่าตัดชนิดนี้ได้กับผู้ป่วยทุกราย เช่น ผู้ป่วยที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่มากเกิน 15 เซนติเมตรขึ้นไป อาจจะไม่สามารถใช้วิธีการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องได้
  2. ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น กระบังลมรั่ว โรคปอดหรือโรคหัวใจไม่สามารถใช้การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องได้
  3. ผู้ป่วยที่มีพังผืดในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกรานมากเกินไป เช่นผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคติดเชื้อในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกรานมาก่อน ผู้ป่วยที่เคยรับการผ่าตัดชองท้องมาหลายครั้ง
  4. แพทย์ที่จะทำผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการผ่าตัดผ่านกล้องที่ได้รับการอบรมและฝึกฝนมาอย่างดีเท่านั้น จึงสามารถทำผ่าตัดผ่านกล้องได้

การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องมีทั้งข้อดีข้อเสีย ผู้ที่จะสามารถผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องได้ ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ผู้ทำผ่าตัดก่อน และต้องได้รับการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนผ่าตัด

มีหลายคนเมื่อจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา ผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง จะกังวลเกี่ยวกับการเตรียมตัว ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างก่อนผ่าตัด บางคนกังวลใจถ้ามีโรคประจำตัวจะสามารถเข้ารับการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องได้หรือไหม บางคนสงสัยทำไมต้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดมีความสำคัญอย่างไรหรือ ซึ่งความสำเร็จในการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องนั้นนอกจากจะอาศัยประสบการณ์ เทคนิคและความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องแล้ว ยังขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดที่เหมาะสมอีกด้วย

ทำไมถึงต้องเตรียมตัวก่อนผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง ?

การเตรียมผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดนั้นมีความสำคัญต่อการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องมาก เพราะจะทำให้การฟื้นตัวได้เร็วหลังการผ่าตัดมดลูกออก และแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดก็จะทราบประวัติของผู้ป่วย ได้มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนที่ทำการผ่าตัด ซึ่งการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องนั้นมีความสำคัญดังนี้

  1. เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเจ็บป่วยขณะผ่าตัดมดลูกและหลังผ่าตัด
  2. ทำให้ลดการเลื่อนการผ่าตัดผู้ป่วยออก
  3. เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาลนานขึ้นเนื่องจากรักษาอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
  4. ทำให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด
  5. ทำให้มีการวางแผน การประเมินให้ยาระงับความรู้สึกขณะผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม
  6. ลดความวิตกกังวลของผู้ป่วย

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องมีอะไรบ้าง ?

เพื่อให้การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้อง ประสบความสำเร็จในการผ่าตัด ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นในระหว่างผ่าตัดและหลังผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ แพทย์จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวผู้รับบริการให้มีความพร้อมก่อนการผ่าตัด ซึ่งการเตรียมตัวผู้รับบริการให้พร้อมก่อนการผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องมีดังนี้

  1. แพทย์จะสอบถามประวัติ ตรวจร่างกายและตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่นการเจาะเลือด นอกจากนั้นจะมีการเอ็กซเรย์ที่ปอด บางรายอาจตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อประเมินภาวะสุขภาพพื้นฐานของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด ว่ามีความเสี่ยงในการผ่าตัดมากน้อยเพียงใด ถ้าผลการตรวจร่างกาย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ มีความผิดปกติอาจต้องให้แพทย์เชี่ยวชาญทางด้านอายุรกรรมช่วยดูและประเมินร่างกายก่อนการผ่าตัด
  2. ส่งปรึกษาวิสัญญีแพทย์ เพื่อประเมินความพร้อมในการให้ยาระงับความรู้สึกในระหว่างการผ่าตัด
  3. ต้องงดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
  4. อาจต้องมีการสวนอุจจาระ และโกนขนบริเวณหัวหน่าวก่อนผ่าตัด 2 ชั่วโมง
  5. หากดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ ต้องงดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  6. ถ้ารับประทานยาละลายลิ่มเลือด ต้องงดยาก่อนอย่างน้อย 7 วัน
  7. ถ้าไม่สบายในวันที่ใกล้ผ่าตัด เช่น เป็นหวัดหรือมีอาการผื่นคัน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเพื่อจะได้รักษา อาการที่ไม่สบายก่อนให้หายก่อนเข้ารับการผ่าตัดมดลูก

การประเมินและเตรียมตัวผู้ป่วยให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดมดลูก จะทำให้การผ่าตัดมดลูกแบบผ่านกล้องของผู้ป่วยประสบผลสำเร็จ สามารถฟื้นตัวได้เร็ว ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัดมดลูก ผู้ป่วยมีความปลอดภัยในการผ่าตัด ทำให้เกิดความมั่นใจในการรักษาทั้งทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยคลายความกังวล ในวันที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดจริง ทำให้การผ่าตัดเสร็จสิ้นไปด้วยดี Happy ทั้งผู้ป่วยและแพทย์

การเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดมดลูกผ่านกล้องกับการผ่าตัดมดลูกแบบเปิดหน้าท้อง

ปัจจัย 1.การผ่าตัดผ่านกล้อง 2.การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
ปริมาณการเสียเลือดขณะผ่าตัด 5-10 มิลลิลิตร 500-2000 มิลลิลิตร
ระยะเวลาผ่าตัด ประมาณ 30 นาที ตามความยาก-ง่าย
ขนาดของแผล ขนาด 5-10 มิลลิเมตร จำนวน 1-4 รู 10-20 เซนติเมตร
ความเจ็บปวดหลังผ่าตัด (ตามขนาดแผล) น้อย มาก
เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาล 1-2 วัน 7-14 วัน
ทักษะของศัลยแพทย์ สูติ-นรีแพทย์เฉพาะด้าน ที่ฝึกผ่าตัดผ่านกล้องโดยเฉพาะ สูติ-นรีแพทย์
ข้อจำกัดของผู้ป่วย ต้องไม่เคยผ่าตัดช่องท้อง
ค่าใช้จ่ายในการรักษา ราคาสูง เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาสูง ราคาถูก
ตัวอย่างแผลจากการผ่าตัด endoscopy-2 surgery-2

ติดต่อสอบถามและโทรนัดหมายแพทย์

โทร. 02-115-2111 ต่อ 1140 หรือ 081-811-1236
ศุนย์สุขภาพสตรีและผ่าตัดผ่านกล้อง โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต