รักษากระดูกและข้อ

ข้อเสื่อมไม่อยากผ่าตัด เรามีทางเลือก

“ข้อเสื่อมไม่อยากผ่าตัด เรามีทางเลือก” ด้วย PRP หรือ Platelet-Rich Plasma เป็นวิธีการรักษาอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ หรือซ่อมแซมส่วนที่เสียหายของร่างกายด้วยการใช้ เกล็ดเลือด(ของตัวเอง) มาทำให้มีความเข้มข้นสูงกว่าเกล็ดเลือดในกระแสโลหิตทั่วไป 3 – 4 เท่า โดยเป็นเกล็ดเลือดเข้มข้นที่เหมาะสมในการใช้ในการรักษา ฉีดกลับไปยังบริเวณที่มีการบาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมสภาพของร่างกายในบริเวณนั้นๆ

เคล็ดลับสำคัญของการรักษาด้วยวิธีนี้ อยู่ที่ “เกล็ดเลือดครับ” เพราะเกล็ดเลือดเป็นแหล่งเก็บ Growth factor ที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย และไปหยุดยั้งการเกิดความเสื่อมถอยของเนื้อเยื่อเอ็น

เทคนิคการนำเลือดไปทำให้เป็นเกล็ดเลือดความเข้มข้นสูงกว่าเกล็ดเลือดในกระแสโลหิตทั่วไป 3 – 4 เท่า และฉีดกลับไปที่บริเวณที่สึกหรอ หรือที่เรียกว่า PRP เป็นตัวช่วยเพิ่ม Growth factor ในบริเวณที่บาดเจ็บหรือสึกหรอ และเจ้า Growth factor นี้แหละครับ คือตัวที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ไม่ว่าจะเป็น ซ่อมแซมหลอดเลือด เพิ่มการสร้างเซลล์รวมถึงคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเอ็น และกล้ามเนื้อของเรา

Growth factor ในเกล็ดเลือด มีหลายชนิด ได้แก่

  • PDGF และ TFG-Beta ช่วยเพิ่ม Fibroblast เพิ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจน
  • IGF เป็นตัวกลางในการเจริญเติบโต และซ่อมแซมกระดูกและกล้ามเนื้อ
  • EGF ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ ทดแทนเซลล์ที่สึกเหรอ
  • VEGF ช่วยให้ซ่อมแซมหลอดเลือด และให้ระบบไหลเวียนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยหลักการนี้แล้ว PRP หรือ Platelet-Rich Plasma จึงเป็นเทคนิคทางการแพทย์ใหม่ที่ถูกนำมาใช้ในหลายๆด้าน ไว้ว่าจะเป็น เวชศาสตร์การกีฬา กระดูกและข้อ(ออโธปิดิกส์)ไปจึงผิวพรรณและความงาม(Aesthetic Medicine ) เช่น

1. การรักษาอาการอักเสบของข้อต่อ และเส้นเอ็นต่างๆ ได้แก่

  • เอ็นอักเสบที่ข้อศอกด้านนอก-Tennis elbow (common extensor tendinosis)
  • เอ็นหน้าเข่าอักเสบ-Jumper’s knee (patellar tendinosis)
  • เอ็นร้อยหวายอักเสบ-Achilles tendinosis
  • รองช้ำ-Plantar fasciitis
  • เอ็นอักเสบที่ข้อศอก
  • เอ็นอักเสบข้อพับเข่าด้านหลัง-Hamstring tendons
  • เอ็นอักเสบขาหนีบ-Adductor tendons
  • เอ็นอักเสบสะโพก-Gluteal tendons

2. กล้ามเนื้ออักเสบจากการเล่นกีฬา

  • กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง-Hamstring Muscle (ซึ่งมักพบในนักกีฬาฟุตบอล)
  • กล้ามเนื้อน่อง-Calf
  • กล้ามเนื้อต้นขาด้านนอก-Quadriceps

3. โรคข้อเสื่อม หรือโรคทางกระดูกและข้อต่างๆ

  • โรคข้อเข่าเสื่อมและอักเสบ-Knee osteoarthritis
  • โรคข้อสะโพกเสื่อมและอักเสบ-Hip Osteoarthritis
  • โรคกระดูกสันหลังส่วนคอและเอวเสื่อม-Spondylosis

4. รักษาแผลเรื้อรัง เช่น แผลกกดทับ แผลเบาหวาน แผลติดเชื้อ

นอกจากนี้ก็ยังนำมาใช้ในการฟื้นฟูผิวพรรณและความงามอีกด้วย เพราะ Growth Factor มี PDGF และ TFG-Beta ช่วยเพิ่ม Fibroblast เพิ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนอันเป็นสิ่งสำคัญที่ ช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส ดูอ่อนวัยขึ้น เช่น

  • ซ่อมแซมผิวหนังที่เสื่อมสภาพ
  • เร่งการซ่อมแซมและ รักษาผิวจากการถูกทำลาย หลุมสิว
  • ช่วยให้ผิวตึงกระชับ เรียบ เนียนและอ่อนนุ่ม
  • ลดเลือนริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า รวมทั้งลดจุดด่างดำบนใบหน้าให้หมดไป

วิธีการรักษาและฟื้นฟูร่างกายด้วย PRP หรือ Platelet-Rich Plasma เป็นวิธีที่มีมานานแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ.1987 เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง เพราะใช้เกล็ดเลือดของตนเอง ในการรักษา ไม่เสี่ยงต่อการดื้อยา แพ้ยา หรือผลข้างเคียงจากยาต่างๆ และแพร่หลายมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะนักกีฬาระดับโลกที่ต้องการผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และการฟื้นตัวที่เร็วยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการทำ PRP THERAPY

การประเมินอาการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  1. การประเมินอาการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
    • เมื่อเรามีการอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับข้อ หรือเอ็น ซึ่งต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสภาพและอาการบาดเจ็บ สอบถามประวัติและโรคประจำตัว ซึ่งอาจมีการส่งตรวจพิเศษ เช่น X-RAY ULTRASOUND หรือ MRI เพื่อประเมินบริเวณที่บาดเจ็บและทำการรักษาด้วย PRP
    • ในส่วนของการใช้ PRP เพื่อผิวพรรณและความงาม แพทย์ด้านความงามก็จะตรวจสภาพผิวพรรณที่ต้องการการซ่อมแซม
  2. การเตรียมเลือด BLOOD COLLECTION
    • ทางห้องปฏิบัติการจะทำการเก็บเลือดของท่าน เหมือนการเจาะเลือดตรวจทั่วไป โดยจะใช้ประมาณ 15-20 ml.
    • เลือดที่เก็บมาได้ จะถูกนำไปปั่นแยกส่วนประกอบของเลือดประมาณ 10 นาที และนำเอา PRP ที่เป็น PLASMA ออกมา โดยส่วนใหญ่แล้ว ในผู้ชายจะได้ประมาณ 3-5 ml. และในผู้หญิง จะได้ 5-6 ml.
  3. การฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) เพื่อทำการรักษาหรือฟื้นฟูสุขภาพ
    • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) เข้าสู่ตำแหน่งที่บาดเจ็บ หรือต้องการฟื้นฟูผิวพรรณ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะฉีดภายใน 30 นาที หลังจากปั่น PRP ออกมาได้

ขณะฉีดย่อมมีอาการปวดบ้างเป็นเรื่องปกติ โอกาสแพ้อาจเกิดจากยาชาที่ใช้ สำหรับผู้ที่แพ้ยาควรแจ้งแพทย์ให้ละเอียดตั้งแต่ตอนประเมินอาการ ข้อห้ามในการฉีด PRP ได้แก้ ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อต่างๆ ผู้ที่เกร็ดเลือดต่ำ ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ PRP ได้ที่ 08-9094-1579