การลดน้ำหนักได้ผลจริง ปลอดภัย ด้วยการใส่บอลลูน เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องกินยา

เคยไหม? ที่คุณเคยลดน้ำหนักหลากหลายวิธีโดยไม่ได้ผล ทั้งอดอาหาร กินยาลดความอ้วน ออกกำลังกาย แต่ก็ไม่สามารถลดน้ำหนัก หรือเกิดโยโย่กลับมาอ้วนอีก น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้คุณขาดความมั่นใจ มีผลกระทบต่องาน หรือชีวิตประจำวันของคุณ การลดความอ้วนด้วยบอลลูนจึงเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มีรูปร่างอ้วน อยากลดน้ำหนักโดยไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดและได้ผลจริง

การลดน้ำหนักได้ผลจริง ปลอดภัย บอลลูนช่วยได้อย่างไร

การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารจะลดพื้นที่ในกระเพาะอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้น ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการหิวจะหลั่งลดลง ทำให้รู้สึกหิวน้อยลง แต่หากมีน้ำหนักที่ลดลงตามความต้องการแล้ว ก็สามารถนำบอลลูนออกได้

ข้อดีของการลดน้ำหนัก ด้วยบอลลูน

  1. สามารถลดน้ำหนักได้ผลจริง ปลอดภัย
  2. ไม่มีผลข้างเคียง ไม่โยโย่
  3. เป็นวิธีการลดน้ำหนักโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไม่เกิดแผล และไม่เจ็บ
  4. ลดภาวะเสี่ยงจากโรคเรื้อรังที่เกิดจากความอ้วน ทั้งความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ข้อเข่าเสื่อม และอื่นๆ

ข้อเสียที่เกิดขึ้นโดยอาจเกิดแผล และภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ซึ่งพบได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นผู้ที่ใส่บอลลูนจึงต้องรับประทานยาป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารควบคู่ไปตลอดระยะเวลาที่ใส่บอลลูน

ผลลัพธ์ที่ได้จาก การลดน้ำหนักด้วยบอลลูน

จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว อิ่มนาน หรืออาจจะอิ่มตลอดเวลา ทำให้ทานได้น้อย สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 15-20 กิโลกรัม ในเวลา 1 ปี

การเตรียมตัว ลดน้ำหนักด้วยบอลลูน

  1. รับประทานยารักษาแผลในกระเพาะอาหารก่อนอาหารเช้าและเย็นเป็นเวลา 14 วัน
  2. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  3. ตรวจสุขภาพ (ตรวจเลือด เอกซเรย์ทรวงอก คลื่นไฟฟ้าหัวใจ)
  4. ส่องตรวจดูกระเพาะอาหารเพื่อดูความพร้อมของกระเพาะอาหาร ในวันที่มาใส่บอลลูน หากพบว่ามีบาดแผลหรือเนื้องอก ต้องเลื่อนการใส่ไปก่อน
  5. ต้องงดรับประทานอาหารมาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง งดน้ำเปล่าอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนทำการใส่บอลลูน
  6. พักผ่อนให้เพียงพอ

การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร

ทั้งนี้ วิธีการลดน้ำหนักคนอ้วนด้วยการใส่บอลลูนนี้จะเหมือนส่องกล้องกระเพาะอาหารทั่วไป หลังจากนั้นจะใส่น้ำที่ผสมกับสารสีฟ้าที่เรียกว่าเมธิลีนบลูเข้าไปในบอลลูนประมาณ 400-500 ซีซี แล้วจึงนำกล้องออก โดยบอลลูนสามารถปรับขนาดเพิ่มหรือลดได้ตามความต้องการในภายหลัง บอลลูนที่ใส่ในกระเพาะนั้นสามารถใส่ได้นานสูงสุด 1 ปี แต่หากพอใจในน้ำหนักที่ลดลงก็สามารถเอาบอลลูนออกก่อน 1 ปี โดยปล่อยน้ำในลูกบอลลูนออก และส่องกล้องเพื่อนำลูกบอลลูนออกจากร่างกาย

อาการที่พบหลังใส่ บอลลูนลดน้ำหนัก

  1. คลื่นใส้ อาเจียน
  2. ท้องอืด แน่นท้อง

ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายเองได้ภายใน 3–7 วัน

ภาวะแทรกซ้อนของการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร

สำหรับปัญหาภาวะแทรกซ้อนจากการใส่บอลลูนสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักนั้นโดยรวมพบเพียง 0.27% เมื่อเทียบกับการผ่าตัดกระเพาะอาหารลดความอ้วน ที่มีภาวะแทรกซ้อนมากถึง 7-9% ภาวะแทรกซ้อนของการใส่บอลลูนส่วนใหญ่จะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้องช่วงสัปดาห์แรกหลังใส่บอลลูน

ข้อห้ามในการใช้บอลลูนลดน้ำหนัก

  • สตรีมีครรภ์ – ผู้ที่มีความผิดปกติของหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร เช่น เป็นแผลในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อนรุนแรง หรือเคยผ่าตัดกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร
  • แพ้ยางซิลิโคน – ผู้ที่เป็นโรคประจำตัวรุนแรงอย่างโรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น

ถึงแม้ว่าการลดน้ำหนักด้วยบอลลูน ปลอดภัย ได้ผลจริง แต่ควรทำในโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางและเชี่ยวชาญ พร้อมทีมงานที่มีประสบการณ์ในการใส่บอลลูน ในกระเพาะอาหาร

การลดความอ้วนด้วยบอลลลูนสามารถ “ลดน้ำหนักได้จริง ปลอดภัย” ถึงแม้จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็มีความคุ้มค่าเพราะสามารถตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

แพ็กเกจ ลดความอ้วนด้วยบอลลูน ราคา 139,000 บาท ค่าบริการนี้รวมรายการดังนี้

  1. การพบแพทย์ ให้ข้อมูลการทำหัตถการและให้ยา Lab X-ray เตรียมตัวก่อนทำหัตถการ
  2. การส่องกล้องกระเพาะอาหารและใส่บอลลูน
  3. นอนพักในโรงพยาบาลห้อง VIP 2 คืน
  4. การนัดติดตามผลเดือนที่ 1 เดือนที่ 6 และ เดือนที่ 12
  5. การนำบอลลูนออก เมื่อครบกำหนด

ผ่อน 0% นาน 10 เดือน (ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอเข้ารับบริการได้ที่ ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต โทร. 091-770-6640, 08-0074-8800 หรือ 02-115-2111

6101balloon_ch9_qr