ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่พบบ่อยทั่วโลก มักระบาดในช่วงฤดูฝน ติดต่อทางฝอยละอองน้ำลายของผู้ป่วยจากการไอ จาม สัมผัส ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง และป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

ไข้หวัดใหญ่ ที่พบ ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ที่พบตามฤดูกาล ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ ( INFLUENZA) สายพันธุ์ A, B และ สายพันธุ์ C

แต่ละสายพันธุ์จะแยกย่อยอีก เช่น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แยกเป็นชนิดย่อยอีก เช่น H1N1, H3N2, H5N1 หรือไข้หวัดนก เป็นต้น

อาการของไข้หวัดใหญ่

คือ ไข้ อาจมีไข้สูง และมีไข้อยู่นานหลายวัน (5-7 วัน) ไอ จาม มีน้ำมูก คัดจมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ อาจมีท้องเสียร่วมด้วย

การติดต่อ

ติดจากการไอ จาม สัมผัส ได้รับเชื้อจากฝอยละอองน้ำลายของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

การป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

  1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่การฉีดวัคซีน เนื่องจากไม่มีวัคซีนชนิดใดที่จะป้องกันโรคได้ 100% การฉีดวัคซีนจะป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ระดับหนึ่ง ในกรณีที่ชนิดแอนติเจนที่มีอยู่ในวัคซีนตรงกับสายพันธุ์ของเชื้อที่ได้รับ จะสามารถป้องกันการติดเชื้อในประชากรผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีได้ร้อยละ 70 – 90 และคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว เมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ความรุนแรงจะน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนมาก่อนบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่คือ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคตับ โรคไต ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ สตรีมีครรภ์ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี ผู้มีโรคอ้วน เป็นต้น เพราะจะมีโรคแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ได้ เช่น ปอดติดเชื้อซ้ำซ้อน อาการทรุดลงของโรคประจำตัว โรคไซนัสอักเสบ โรคหูน้ำหนวก จึง ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำทุกปี

    เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทุกปี จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนใหญ่หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี แนะนำให้ฉีดก่อนการระบาด คือก่อนฤดูฝน

    ข้อห้ามของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ หรือส่วนประกอบในวัคซีน ผู้ป่วยที่อาการ GBS

  2. วิธีการป้องกันการติดเชื้ออื่นๆ ได้แก่
    • การปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ด้วยกระดาษทิชชู สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเป็นไข้หวัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
    • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ
    • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ป่วย
    • ไม่ควรเข้าไปในสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรค หากจำเป็นเข้าไปในสถานที่ดังกล่าวควรสวมหน้ากากอนามัย

การดูแลรักษาตนเองที่บ้าน

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • รับประทานยาพาราเซตามอล เพื่อลดไข้
  • หากมีอาการคัดจมูกมีน้ำมูก ให้รับประทานยาลดน้ำมูก

ควรมาพบแพทย์ เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว และอาการไอ ไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน
  • ไอ หอบเหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก
  • ไข้สูง ซึมลง
  • คลื่นไส้อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้

พญ. กัญญวิสาข์ ตั้งกิจวณิชย์เจริญ
อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต