Project Description

 

โรคเกล็ดเลือดสูง (นพ.กิตติไกร  ไกรแก้ว – อายุรแพทย์โรคเลือด)

ในเลือดนั้นมีเม็ดเลือดสำคัญอยู่ 3 ประเภท ได้แก่

  1. เม็ดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่พาอากาศไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกาย
  2. เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นภูมิต้านทานโรค
  3. เกล็ดเลือด ซึ่งมีประมาณ 100,000-400,000 ตัว ต่อเลือด 1 หยด หากมากกว่า 450,000 ตัว ต่อเลือด 1 หยด เรียกว่า มีภาวะเกล็ดเลือดสูง และหากเกิน 1,000,000 ตัว อาจจะเป็นอันตราย

หากสูงในปริมาณน้อยๆ เช่น 450,000-1,000,000 ตัว อาจเกิดได้ในหลายภาวะ เช่น มีเลือดออกเฉียบพลัน เกล็ดเลือดจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ การติดเชื้อบางอย่าง จากการสูบบุหรี่ ภาวะหลังตัดม้ามในผู้ป่วยโรค Thalassemia หรือเป็นอาการนำของโรคความผิดปกติของไขกระดูก เป็นต้น ในกรณีที่เกล็ดเลือดสูงเกิน 1,000,000 ตัว ต่อเลือด 1 หยด จะต้องมีการรักษา

กลุ่มเสี่ยงเป็นโรคเกล็ดเลือดสูง

เป็นโรคที่มีโอกาสเกิดในทุกคน เนื่องจากเป็นภาวะผิดปกติของร่างกายในการสร้างเกล็ดเลือด ทำให้ร่างกายสร้างเกล็ดเลือดสูงโดยไม่สามารถควบคุมได้ ผู้ป่วยมักมาด้วยเกล็ดเลือดที่สูงเกิน 450,000 ตัว เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการ มักจะพบเมื่อผู้ป่วยตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการ มักจะมีอาการอัมพาต จากเส้นเลือดอุดต้นในสมอง เส้นเลือดอุดตันหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจ เป็นต้น

ขั้นตอนการตรวจและการรักษา

สำหรับการดูแลผู้ป่วยภาวะเกล็ดเลือดสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ จะต้องหาสาเหตุที่เป็นโรคร่วม โรคที่พบบ่อย คือ มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง นำมาซึ่งภาวะเกล็ดเลือดสูง การรักษาหลัก คือ การให้แอสไพรินเพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน และการให้ยาลดจำนวนเกล็ดเลือดในผู้ป่วยที่มีเกล็ดเลือดสูงกว่า 450,000 ตัวต่อเลือดหนึ่งหยดและมีความเสี่ยงสูง ต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หรือผู้ที่มีเกล็ดเลือดเกิน 1,000,000 ตัวต่อเลือดหนึ่งหยด

เมื่อตรวจพบความผิดปกติดังกล่าว

แพทย์จะตรวจไขกระดูกของผู้ป่วย และ ตรวจเลือดเพื่อหาความผิดปกติในระดับยีนส์ รวมทั้งโรคอื่นๆที่พบร่วม และให้การรักษาเพื่อลดเกล็ดเลือดในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย