วัคซีน “แอสตร้าเซนเนก้า” (AstraZeneca) เป็นวัคซีนแบบเทคนิคไวรัลแว็กเตอร์ (Viral Vector) ผลิตจากเชื้อไวรัสอะดีโนเป็นพาหะ ( Adenoviral vector ) พัฒนาโดยการนำไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลง แล้วฝากสารพันธุกรรมของโควิด-19 เข้าไปซึ่งทำให้ไม่สามารถแบ่งตัวและไม่สามารถก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ได้

• วัคซีนชนิดที่ใช้เทคนิคไวรัลแว็กเตอร์ ( Adenoviral vector ) สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เพราะใช้วิธีการเลียนแบบการติดเชื้อที่ใกล้เคียงธรรมชาติ โดยนอกจากมีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ใช้วิธีนี้แล้ว วัคซีนอื่นๆ ที่ผลิตด้วยวิธีนี้ยังมี จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และสปุกนิก วี

• ประสิทธิภาพของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ( AstraZeneca ) สามารถป้องกันการติดเชื้อทุกแบบได้ 63.1% ( 78% หากเว้นระยะห่างระหว่างเข็มมากกว่าหรือเท่ากับ12สัปดาห์ ) ป้องกันโรคแบบแสดงอาการ 70.4% ป้องกันโรครุนแรง-ถึงขั้นเสียชีวิต100% แต่ยังป้องกันโรคแบบไม่มีอาการไม่ได้

• ได้รับการยอมรับจาก WHO

• เมื่อรับการฉีดวัคซีนชนิดแอสตร้าเซนเนก้า ต้องเข้ารับการฉีดจำนวน 2 โดส ที่แขน โดยต้องทิ้งระยะเวลาห่างจากโดสแรก 8-12 สัปดาห์ถึงจะทำการฉีดโดส ที่สองได้

• วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเหมาะที่จะใช้สำหรับฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

• ผลข้างเคียงที่มักพบ คือปวดบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่

• ผลข้างเคียงอื่น ๆที่อาจพบได้ คือภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (ในอังกฤษมีรายงาน 1 ใน 50,000 โดส ในกลุ่มอายุน้อยกว่า 40 ปี )