ช่วงนี้หลายๆ พื้นที่เผชิญกับฝนตกหนัก มีน้ำท่วมขัง ทำให้เกิดโรคระบาดหลายๆโรคที่มากับน้ำท่วม นี้จะมาพูดถึงโรค เลปโตสโรสิส หรือเรียกอีกชื่อว่า โรคฉี่หนู ที่เรียกว่าโรคฉี่หนูก็เนื่องจาก ช่วงแรกๆที่เราตรวจพบโรค เลปโตสโรสิส มีการตรวจพบเชื้อในฉี่หนู จึงเรียกชื่อโรคนี้อีกชื่อว่า โรคฉี่หนูมาตลอด ซึ่งโรค เลปโตสโรสิส เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์สู่คน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เลปโตสไปร่า อินเทอโรแกนส์ โดยมีหนู เป็นพาหะแหล่งเชื้อโรคหลัก นอกจากนี้ยังมี สัตว์เลี้ยงต่างๆที่เป็นแหล่งของเชื้อโรคด้วย เช่น สุนัข หมู วัว ควาย โดยเชื้อโรคจะออกมากับปัสสาวะของสัตว์แล้วปนเปื้อนอยู่ในน้ำท่วมขัง หรือดินโคลน

การติดต่อ มีทั้งการติดต่อทางตรงและทางอ้อม ดังนี้

  1. การติดต่อทางตรง คือ มีการสัมผัสโดยตรงกับปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ เลปโตสไปร่า อินเทอโรแกนส์ โดยตรง
  2. การติดต่อทางอ้อม คือ เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลและลอยขีดข่วน เวลาที่เราเดินลุยน้ำ ลุยโคลน ไม่ได้ใส่รองเท้าบู๊ทกันน้ำ เชื้อโรคก็จะเข้าทางบาดแผลได้ หรือเข้าสู้ทางเยื่อบุตา จมูก และอาจจะมีการติดโรคได้โดยรับประทานอาหารที่หนูฉี่รดไว้ ซึ่งเราไม่รู้และมองไม่เห็น จึงเผลอทานอาหารที่มีเชื้อโรคก่อให้เกิดโรค เลปโตสโรสิส หรือ โรคฉี่หนูได้

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เลปโตสโรสิส หรือโรคฉี่หนู ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ มีดังนี้

  1. เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา
  2. สัตวแพทย์
  3. พนักงานลอกท่อ
  4. ชาวประมงที่หาสัตว์ตามแหล่งน้ำจืด
  5. ผู้มีอาชีพสัมผัสน้ำหรือคนที่ย่ำน้ำในที่น้ำท่วมขังนาน ๆ
  6. ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด
  7. พนักงานกำจัดหนู

อาการของโรค เลปโตสโรสิส หรือโรคฉี่หนู มักจะมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 4-10 วัน โดยมีอาการดังนี้

  1. มีไข้สูงเฉียบพลัน
  2. ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา
  3. มีท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร

การป้องกัน

  1. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ลุยโคลน หรือทำงานแช่ในน้ำนานๆ
  2. ถ้าจำเป็นต้องต้องเดินลุยน้ำหรือโคลนต้องสวมใส่ รองเท้าบู๊ทยางกั้นน้ำ เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วต้องรีบทำความสะอาดเท้าและทำความสะอาดร่างกายทันที
  3. ทำความสะอาดที่พักให้สะอาด กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู
  4. ถังขยะมีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู
  5. ทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ อาหารที่เหลือให้เก็บใส่ภาชนะที่มิดชิด ก่อนนำมารับประทานให้อุ่นให้ร้อนก่อน
  6. ผัก ผลไม้ก่อนรับประทาน ให้ล้างให้สะอาด โดยล้างผ่านน้ำก๊อกนานๆและล้างหลายๆ ครั้ง