อาการของโรคหนองในในผู้หญิง

ผู้หญิงหลายๆ คน อาจจะมีความกังวลใจ เมื่อทราบหรือสงสัยว่าอาจจะมีโอกาสได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ และต้องการสังเกตอาการของตัวเองว่าได้รับเชื้อแล้วหรือไม่

โรคติดเชื้อชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการมีเพศสัมพันธ์ และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายตามมาได้ คือโรคหนองใน

สาเหตุของโรคหนองใน

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งจะพบในสารคัดหลั่งในช่องคลอด และในน้ำอสุจิ

การแพร่กระจายเชื้อ

  1. การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  2. การติดเชื้อจากมารดาสู่ทารกที่คลอดผ่านทางช่องคลอดของมารดาที่ติดเชื้อ

อาการของโรคหนองในในผู้หญิง

พบว่าผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 50 ที่ติดเชื้อหนองใน ไม่มีอาการ แต่หากไม่ได้รับการรักษาจะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อหนองใน เช่น อุ้งเชิงกรานอักเสบ ภาวะมีบุตรยาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง การตั้งครรภ์นอกโพรงมดลูก เป็นต้น

อาการที่อาจพบได้ตามอวัยวะที่ได้รับเชื้อ ได้แก่ ตกขาวผิดปกติ เช่น มีสีเหลือง หรือสีเขียว มีกลิ่นผิดปกติ มีตกขาวปริมาณเพิ่มขึ้น ปวดท้องน้อย หรืออาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีเลือดออกกะปริบกะปรอย (อาจพบได้น้อย) เป็นต้น หากมีการติดเชื้อบริเวณทวารหนัก จะมีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณทวารหนัก หรืออาจมีน้ำสีคล้ายหนองออกมาจากทางทวารหนักได้ ส่วนการติดเชื้อบริเวณลำคอมักจะไม่มีอาการใดๆ

ควรมาพบแพทย์เมื่อไหร่

เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่ติดเชื้อหนองในไม่แสดงอาการใดๆ แต่อาจมีภาวะแทรกซ้อนของโรคตามมาหากไม่ได้รับการรักษา ดังนั้น หากท่าน หรือคู่นอนของท่าน มีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ควรเข้ามารับการตรวจวินิจฉัยทันที และแนะนำให้ตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ร่วมด้วย เช่นโรคติดเชื้อไวรัสเอชไอวี โรคซิฟิลิส เป็นต้น

การรักษาโรคหนองใน

รักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะ ควบคู่ไปกับการรักษาหนองในเทียมซึ่งพบร่วมกันได้ แนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธ์ และควรใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย รวมทั้งควรพาคู่นอนมาตรวจรักษาหนองในด้วย

พญ.กัญญวิสาข์ ตั้งกิจวณิชย์เจริญ
อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ