การล้างจมูกเป็นการทำความสะอาดโพรงจมูก และไซนัส โดยการล้างเอาน้ำมูก หนอง สิ่งสกปรกในโพรงจมูก โพรงหลังจมูก หรือไซนัส ด้วยน้ำเกลือ เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก คัน น้ำมูกไหล แสบจมูก ปวดจมูกหรือไซนัส และกลิ่นเหม็น

ประโยชน์ของการล้างจมูก ช่วยระบายน้ำมูกเหนียว ช่วยให้อาการหวัดเรื้อรังดีขึ้น ระบายหนองในไซนัส ช่วยป้องกันการลุกลามเชื้อโรคไปยังหูชั้นกลาง หรือ ลงปอด ช่วยลดจำนวนเชื้อโรค มลพิษ สารก่อภูมิแพ้ ช่วยลดอาการคัดแน่น การล้างจมูกก่อนพ่นยาจะทำให้ยาสัมผัสกับเยื่อบุจมูกดีขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานของขนกวัดในจมูก ให้กำจัดได้ดีขึ้น

 

เราจึงควรล้างจมูกเมื่อใด

  • เราจึงควรล้างจมูกเมื่อมีน้ำมูกมาก คัดแน่น มีกลิ่นเหม็น ก่อนใช้ยาพ่นหรือหยอดยา  เมื่อมีเสมหะในลำคอ หลังการผ่าตัดหรือฉายแสง

 

วิธีการล้างจมูก

ควรอุ่นน้ำเกลือ ความเข้มข้น 0.9 % ด้วยไมโครเวฟ ทดสอบกับหลังมือ ว่าไม่ร้อนจนเกินไป  ใช้ไซริงค์ดูด5-15 ซีซี ผู้ที่ล้างนั่งโน้มตัว และก้มหน้าเล็กน้อย  ใช้ภาชนะรองด้านหน้า หรือยืนที่อ่างล้างมือ ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในจมูกข้างหนึ่งช้าๆ น้ำเกลือจะไหลออกอีกด้านหนึ่ง โดยมีโพรงเชื่อมต่อกัน ระหว่างที่ดันน้ำเกลือเข้าไปต้องกลั้นหายใจไว้ ล้างทุกทิศทางสลับไปมาทั้งสองข้าง จนกว่าจะโล่ง หรือน้ำเกลือใส หลังจากล้างสามารถสั่งน้ำมูกหรือน้ำเกลือที่ค้าง หรือไอคายเสมหะออกมาได้ แนะนำให้ล้างตอนท้องว่างหรือหลังทานอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อบ้องกันอาเจียนหรือสำลัก

สำหรับเด็กเล็กๆที่ยังสั่งน้ำมูก บ้วนเสมหะไม่ได้  หรือไม่ให้ความร่วมมือและดิ้นมากๆ ควรห่อตัวเด็ก นอนในท่าศีรษะยกสูง จับหน้านิ่งๆ ค่อยๆหยอดน้ำเกลือครั้งละ 2-3 หยด หรือฉีดน้ำเกลือเบาๆครั้งละ 0.5 ซีซี แล้วใช้ลูกยางแดง เบอร์ 0-2 สำหรับเด็กขวบปีแรก เบอร์ 2-4 ในเด็กอายุมากกว่า1 ปี ใส่เข้าไปในจมูก 1-1.5 ซม.ดูดออก บีบทิ้งในกระดาษทิชชู ทำซ้ำหลายๆรอบจนแต่ละข้างไม่มีน้ำมูก

ผลข้างเคียงการล้างจมูก เนื่องจากโพรงจมูกด้านหลังต่อกับคอ และหูชั้นกลาง น้ำเกลือจึงอาจไหลลงคอได้ ไม่เป็นอันตราย อาจทำให้หูอื้อ ปวดหู หรือมีเสียงดังในหู อาการดังกล่าวมักเป็นชั่วคราว ไม่เป็นอันตราย

ควรล้างจมูกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ช่วงตื่นนอนตอนเช้า และก่อนเข้านอน หรือก่อนใช้ยาพ่นจมูกหรือยาหยอดจมูก

 

พญ. พัชรินทร์ มีศักดิ์

กุมารแพทย์ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9แอร์พอร์ต