มีบันทึกอย่างเป็นทางการว่าคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต มีมากขึ้นถึง 2.4 ล้านคนเมื่อเทียบกับปี 2558 เมื่อย้อนกลับไป 7 ปีที่แล้ว คนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตมีถึง 1.3 ล้านคนเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว วัยรุ่นไทย อายุ 13-17 ปี มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายร้อยละ 17.6% และการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของวัยรุ่นไทย ผู้สูงอายุกว่า 800 คนในปัจจุบันกำลังใช้ชีวิตอยู่กับภาวะความจำเสื่อม ภายใน 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเมื่อสุขภาพจิตนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ในปัจจุบันหลายคนคงทราบกันดีว่าคนไทยปัจจุบันเครียดมากขึ้นจากปัญหาหลายๆไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาเรื่องสังคม ปัญหาเรื่องป่วยการเมือง ปัญหาภายในบ้าน ในครอบครัวมีปัญหามากมายเต็มไปหมด หรือในเรื่องการทำงานมากแต่ทำไมไม่ได้ดั่งใจสักทีจนทำให้เกิดอาการเครียด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในองค์กรก็ทราบดีว่า คือเรื่องที่เราไม่ควรจะมองข้ามอย่างจริงจังขึ้น ในอดีตผู้บริหารบางองค์กรไม่เคยพูดถึงเรื่องของภาวะซึมเศร้าแต่ในปัจจุบันเริ่มมีการพูดถึงกันมากขึ้น และได้เจอปัญหานี้ การตระหนักในเรื่องของผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตมากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญถ้าเกิดมองภาพใหญ่ของคนที่ออกแบบนโยบายก็ถือว่า คนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือคนที่เครียด กลุ่มคนกลุ่มนี้ไม่สามารถทำงานได้และประเทศก็ไม่สามารถพัฒนาเดินหน้าต่อไป

เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องสุขภาพไม่ใช่เกิดสุขภาพกายอย่างเดียว ต่อไปคือเรื่องของสุขภาพจิตด้วย จากงานวิจัยสุขภาพจิตคนไทยใน 10 ปีข้างหน้าเป็นงานวิจัยจากกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุขแล้วก็สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ AIA สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือว่า eta ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษาฟิวเจอร์เทลและภายใต้ magnolia Quality Development Corporation หรือว่า Future by mudc พูดถึงฟิวเจอร์ออฟเมนทัลเฮลท์อินไทยแลนด์ในปี 2003คือ การมองไปข้างหน้าอีก 10 ปี มีตัวเลข 1 ที่อยากให้ทุกคนได้รับรู้ในปี 2565 หรือปีที่ผ่านมาให้ทุกท่านลองมองที่ตัวเลข 1 กล่าวว่าผู้ป่วยสุขภาพจิตที่ได้รับการรักษาหรือมีการเข้าไปปรึกษาแพทย์สามารถ detect ได้ลงทะเบียนไว้ในระบบ ประเทศไทยมีประชากรประเทศอยู่ประมาณ 67 ล้านคน แล้วก็จะลดลงเรื่อยๆคนที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการว่ามีปัญหาด้านสุขภาพจิตมากที่สุดอยู่ที่ 2.4 ล้านคนถือเป็นตัวเลขที่เยอะถ้าเทียบกับปี 2558 แล้วตอนนั้นเจอคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ 1.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเท่าตัว เราควรจะออกแบบวิธีแก้ปัญหาทำให้ปัญหาสุขภาพจิตมันลดลง

องค์การอนามัยโลกกำหนดว่าคนไทยหรือว่าคนทั่วไปควรมีพื้นที่สีเขียวไม่ต่ำกว่า 9 ตารางเมตรต่อ 2 คนในพื้นที่ ซึ่งจะมีผลกระทบสูงมากต่อสุขภาพจิตเวลาเราเครียดคิดอะไรไม่ออกถ้าเราได้เห็นอะไรอยู่ในเขียวได้ยินเสียงน้ำที่ดินทั้งหมดมีธรรมชาติอยู่ใกล้ตัวก็จะทำให้เกิดสภาวะที่ดีขึ้น

การแก้ไขปัญหาผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตมีหลายอย่างต้องพิจารณาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและลักษณะของผู้ป่วย แต่ละบุคคลอาจมีความต้องการและการรักษาแตกต่างกัน ดังนั้น การดูแลรักษาต้องปรับเปลี่ยนตามบุคคลและความเป็นไปได้ที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ซึ่งขั้นตอนที่สามารถช่วยในการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตมีดังนี้

  1. การวินิจฉัยและการประเมิน – การทำการวินิจฉัยที่ถูกต้องต้องประเมินสภาพจิตใจของผู้ป่วยเป็นขั้นตอนเพื่อทำให้ทราบถึงปัญหาและความต้องการของผู้ป่วย
  2. การจัดการทางยา – บางครั้งการใช้ยาสามารถช่วยลดอาการของผู้ป่วยได้ แต่ควรให้แพทย์ทำการสั่งใช้ยาและติดตามการใช้ในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น
  3. การให้การสนับสนุนจากทีมทำงาน – ผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตมักต้องการการสนับสนุนจากทีมทำงานด้วย แพทย์จิตเวช, พยาบาลจิตเวช, และผู้ช่วยจิตเวช ที่สามารถให้คำปรึกษาและสนับสนุนในด้านต่าง ๆ
  4. การให้การปรึกษา – การปรึกษาจิตเวชสามารถช่วยในการจัดการกับปัญหาทางสุขภาพจิต โดยช่วยในการเสริมสร้างทักษะในการจัดการกับความเครียดและปัญหาทางจิต
  5. การจัดการพฤติกรรม – การใช้เทคนิคการจัดการพฤติกรรมที่เหมาะสมสามารถช่วยในการแก้ไขปัญหาบางประการ โดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
  6. การสนับสนุนจากครอบครัว – ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ป่วยด้านสุขภาพจิต การให้ความเข้าใจและการสนับสนุนที่เต็มที่จากครอบครัวสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว
  7. การจัดการความเครียด – การเรียนรู้ทักษะในการจัดการความเครียดสามารถช่วยลดอาการของผู้ป่วยและเสริมสร้างความทนทาน
  8. การติดตามและดูแลรักษา – ควรมีการติดตามและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าการประสานงานระหว่างทีมทำงานและผู้ป่วยมีประสิทธิภาพ
  9. การฟื้นตัว – การสนับสนุนในกระบวนการฟื้นตัวทางสุขภาพจิตมีความสำคัญ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น