ต้อกระจก เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ต้อกระจกเกิดจากความเสื่อมของโปรตีน ทำให้เลนส์ตาขุ่นและแข็งขึ้น มักพบมากในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป สาเหตุหลักคือ เป็นความเสื่อมตามวัย โดยสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น

อาการ ต้อกระจก

  • มองไม่ชัดอย่างช้า ๆ ไม่มีการอักเสบหรือปวด มองเห็นมัวเหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง
  • ภาพซ้อน สายตาพร่า เกิดจากความขุ่นของเลนส์แก้วตาไม่เท่ากัน ในผู้ป่วยบางรายจะมีสายตาสั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ต้องเปลี่ยนแว่นตาบ่อย ๆ บางรายสายตาสั้นขึ้นจนกลับมาอ่านหนังสือได้
  • สู้แสงสว่างไม่ได้ มองเห็นแสงไฟกระจาย โดยเฉพาะขณะขับรถในตอนกลางคืน
  • มองเห็นสีต่าง ๆ ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ต้องการแสงสว่างมากขึ้นในการมอง
  • เมื่อต้อกระจกสุก สังเกตเห็นเป็นสีขาวตรงรูม่านตา ซึ่งปกติเห็นเป็นสีดำ หากละเลยทิ้งไว้จนต้อกระจกสุกเกินไป อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น โรคต้อหิน การอักเสบภายในตา

การรักษาต้อกระจก โดยการผ่าตัด

การปฏิบัติตนก่อนผ่าตัด

  1. คนไข้ที่ทานยาละลายลิมเลือดต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อหยุดยาก่อนผ่าตัด 7 วัน หลังผ่าตัดเสร็จสามารถทานยาได้เลย
  2. ทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อยก่อนมาโรงพยาบาล
  3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  4. รับประทานอาหารให้เรียบร้อยภาระกิจส่วนตัวให้เรียบร้อย

หลังผ่าตัดต้อกระจก

ระยะเวลาในการฟักฟื้น 1 เดือนเต็ม

หลังผ่าตัดควรปฏิบัติดังนี้

  • วันที่ผ่าตัดควรพักผ่อนให้มาก ลุกนั่งและเดินเท่าที่จำเป็น
  • ไม่เปิดตาเอง ห้ามล้างหน้าเด็ดขาด อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ด แปรงันได้
  • รับประทานอาหารที่เป็นอาหารอ่อน ไม่แข็ง ไม่เหนียว
  • ห้ามก้มหน้า ห้ามนอนคว่ำหน้า
  • ห้ามยกของหนักเกิน 5 กิโลกรัม
  • ห้ามก้มสระผมเอง แนะนำให้นอนสระหรือสระที่บ้าน
  • หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ประมาณ 5 สัปดาห์ เช่น ทำสวน รดน้ำ พรวนดิน ปรุงอาหารที่มีไอควัน หรือที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง
  • ไม่ควรขับรถ
  • หยอดตาตามที่แพทย์สั่ง
  • ปฏิบัติตัวดังกล่าวเป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์