อาหาร ที่เรารับประทานอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง เรามาดูกันดีกว่าว่าควรรับประทานอาหารอย่างไรเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

1. กินผักหลากสีทุกวัน   เช่น มะเขือเทศ ฟักทอง แครอท คะน้า บล๊อกโคลี กะหล่ำสีม่วง ชมพู่มะเหมี่ยว มะเขือเปราะ ผักกาดขาว ดอกแค

2. ทานผลไม้เป็นประจำ  เช่น ส้ม สับปะรด มะละกมะม่วง  

3. เน้นอาหารธัญพืชและเส้นใ    เช่น ข้าวกล้อง  ลูกเดือย ถั่ว  ถั่วชนิดต่าง ๆ เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง มี

4. เติมเครื่องเทศเสริมรสชาติอาหาร เช่น พริก ขมิ้น กระเทียม ขิง

5. เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ชาเขียว น้ำแครอท น้ำดอกอัญชัน น้ำขิง น้ำส้ม น้ำเสาวรส เป็นต้น

6. ปรุงอาหารให้ถูกวิธี

ไม่ปิ้งย่างอาหารประเภทเนื้อสัตว์จนไหม้เกรียม
ไม่รับประทานอาหารแบบสุก ๆ ดิบ ๆ
ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำหลาย ๆ ครั้
7. หลีกหนีอาหารไขมัน
ไขมันในอาหารพบได้ทั้งในพืชและในสัตว์ โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ กรดไขมัน ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของกรดไขมัน ได้ดังนี้
8. ลดบริโภคเนื้อแดงเนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ เป็นอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง การบริโภคเนื้อสัตว์สีแดงเป็นประจำอาจทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้และทวารหนัก มะเร็งเต้านม และโรคอ้วน จึงควรจำกัดการรับประทานเนื้อดังกล่าวให้เหลือเพียงสัปดาห์ละ 500 กรัม เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
การรับประทานปลาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากปลาเป็นอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูงและยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย มีปริมาณไขมันน้อย นอกจากนี้ในปลาทะเลน้ำลึกยังพบว่า มีกรดไขมันที่เรียกว่า โอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยการทำงานของสมอง ตับ และระบบประสาทเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนรู้อีกด้วย
9. เกลือแกงและอาหารหมักดองต้องน้อย
เกลือแกง เกลือสมุทร เกลือสินเธาว์เป็นของคู่ครัวเรือน ซึ่งใช้ปรุงอาหารเพื่อให้มีรสเค็ม แต่สิ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอคือ ร่างกายควรได้รับโซเดียมไม่เกินวันละ 6 กรัมต่อวัน

แต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน พบมากในเนื้อเค็ม ปลาเค็ม ปลาร้า ผักดอง และผลไม้ดอง เป็นต้น ดังนั้นจึงควรลดการรับประทานอาหารประเภทหมักดองหรืออาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป โดยเฉพาะที่มีการถนอมอาหารหรือปรุงสีด้วยดินประสิวเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง