โรคเหงื่อออกที่มือ

เจอบ่อยขนาดไหน ?

โรคเหงื่อออกที่มือ เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยมากถึง 3% ของประชากร โดยบางรายอาจส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของคนเหล่านั้น

พบเจอได้ในคนกลุ่มไหน ?

โดยโรคนี้พบได้ทั้งผู้ชาย และ หญิง มักพบในคนอายุที่น้อย

ลักษณะของตรวจโรค ?

ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักจะส่งผลโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของคนไข้ เช่น การทำงาน หรือ การใช้ชีวิตประจำวัน หรือ การใช้ชีวิตร่วมกันคนอื่น

โรคนี้จะเป็นตลอดชีวิตหรือไม่ ?

พยากรณ์ของโรคนี้ ส่วนมากจะค่อยๆดีขึ้นไปเอง ส่วนมากผู้ป่วยจะดีขึ้นในช่วงอายุ 40 ปี

อาการของโรค

ลักษณะของโรคนี้ ผู้ป่วยจะมีอาการเหงื่อออกที่มือ โดยเป็นทั้ง 2 ข้างโดยไม่สัมพันธ์กับอุณหภูมิอากาศ การออกกำลังกาย หรือ ท่าทาง โดยส่วนมากมักพบบริเวณมือ เท้า หรือ บริเวณขาหนีบส่วนมากผู้ป่วยจะมาด้วยมือเปียก โดยหลักการวินิจฉัยของโรคนี้ใช้การซักประวัติ และ ตรวจร่างกายเป็นหลัก โดยนับเอาประวัติที่ผู้ป่วยเป็นอย่างน้อย 6 เดือน และ เอาตามเกณฑ์อย่างน้อย 2 ข้อ

  1. เป็นทั้ง 2 ข้าง และพร้อมกัน
  2. เป็นอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์
  3. ส่งผลต่อกิจวัตรประจำวัน
  4. อายุที่เริ่มเกิดน้อยกว่า 25 ปี
  5. มีประวัติครอบครัวเป็นเหมือนกัน
  6. เวลานอนเหงื่อไม่ออก

อย่างไรก็ตามโรคชนิดนี้ เราต้องแยกกับโรคที่มีสาเหตุ (Secondary hyperhidrosis) ซึ่งได้แก่

  1. ต่อมไร้ท่อ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน คนท้อง ประจำเดือนใกล้หมด
  2. ระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน, reflex sympathetic dystrophy
  3. มะเร็ง เช่น มะเร็งระบบประสาท หรือ hodkin’s disease
  4. ยา เช่น fluoxetine, venlafaxine, doxepin เป็นต้น

และสาเหตุอื่นๆ

การรักษาโรคนี้!!!

ต่องเข้าใจว่าการรักษาโรคนี้ เป้าหมายถึงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่มีผลต่ออายุ หรือ สุขภาพของคนไข้ การรักษามีตั้งแต่

  1. การใช้ยาทา (antiperspirants) พวกนี้จะทำหน้า (opening of the sweat galnd blocking the elimination of sweat) ยาส่วนมากที่ใช่คือ aluminum chloride 20-30% มักใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการน้อย
  2. ยากิน (anticholinergic drug) ยาที่ใช้คือ oxybutynin(5-10mg/day) จะทำหน้าที่ antagonist of muscarinic receptors อย่างไรก็ตาม ยาที่กินอาจมีผลข้างเคียง เช่น ปากแห้ง ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียนได้
  3. ยาฉีดที่มือ (botulinum toxin) จะออกฤทธิ์ โดยการ block acetylcholine releasing in neuroglandular junction ส่วนมากมักคุมอาการได้ประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นอาจต่องมาทำซ้ำ
  4. การผ่าตัด ( Thoracoscopic sympathectomy) การผ่าตัดเป็นการรักษาโรคชนิดนี้ ได้ผลที่สุด ทำโดยการตัดเส้นประสาทบริเวณซี่โครงที่ 3-5 โดยผ่าทางส่องกล้อง แผลขนาด 1 ซม. 2 ข้าง อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดอาจมีผลข้างเคียง คือ compensatory hyperhidrosis โดยพบได้ 10-40% อาการที่เป็นคือ อาจมีอาการเหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณช่วงลำตัว

ทางหน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอก คณะแพทย์วชิรพยาบาล เราได้เริ่มทำการผ่าตัดส่องกล้องโรคนี้แบบไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ โดยเรามีวิดีโออธิบาย โดยขอความยินยอมจากผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว

การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดวันรุ่งขึ้นสามารถกลับบ้านได้เลยครับ

หวังว่าทุกคนคงจะได้ประโยชน์

ผ่าตัดปอดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ท่านใดสงสัยสามารถสอบถามผ่านทาง inbox ได้ครับ หรือทาง lineofficial account; @lungsurgery

#ผ่าตัดปอด #ผ่าตัดส่องกล้อง #มะเร็งปอด #ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด

#CVTVAJIRA #VATSSURGERY