จุดเริ่มต้นของการตั้งครรภ์เริ่มจาก ไข่ได้รับการปฏิสนธิ และตัวอ่อนมาฝังตัวที่ผนังมดลูก จะมีการสร้างฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin)
การตรวจการตั้งครรภ์ตั้งแต่ระยะแรก จึงเป็นการตรวจจากการวัดระดับฮอร์โมน เอชซีจี (HCG) ซึ่งจะเริ่มตรวจพบได้ ประมาณ 6 วันหลังการปฏิสนธิ แต่ระดับฮอร์โมนระดับ HCG ยังต่ำมาก และจะเพิ่มอย่างรวดเร็วจนถึงช่วงอายุครรภ์ประมาณ 12 สัปดาห์ มีวิธีการตรวจอยู่ถึง 4วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1. ตรวจด้วยชุดทดสอบการตั้งครรภ์
การแสดงผลการตรวจของ ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ จะแสดงเป็น แถบขีดสี (ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดง) อย่างที่รู้กันว่า 2 ขีดคือ ผลบวก แสดงว่า มีโอกาสตั้งครรภ์สูง และ ขีดเดียว คือ ผลลบ แสดงว่า ไม่ตั้งครรภ์ แต่การตรวจด้วยวิธีนี้ ควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ด้วย
- ในช่วงแรก 0-6 วันหลังจากปฏิสนธิ ระดับฮอร์โมน HCG ยังต่ำมากจึงมีโอกาสตรวจไม่พบการตั้งครรภ์ได้ แนะนำให้ตรวจซ้ำอีกครั้งใน 14 วัน
- ชุดตรวจการตั้งครรภ์ โดยทั่วไป ตามท้องตลาด จะระบุถึงผลทดสอบที่แม่นยำ โดยเฉลี่ยถูกต้องประมาณ 97% โดยชุดแท่งตรวจแต่ละรุ่นของแต่ละยี่ห้อจะมีค่า Sensitivity หรือความไว บอกไว้ เช่น 20 mIU/ml, 50 mIU/ml หรือ 100 mIU/mlชุดตรวจที่มีความ Sensitive สูง (ค่าตัวเลขต่ำ) จะสามารถตรวจหา HCG ที่ระดับต่ำๆ เจอได้ และสามารถให้ผลได้อย่างแม่นยำตั้งแต่เนิ่นๆ หรือ7-10 วันหลังไข่ตก จึงตรวจอ่านข้อมูลบนฉลากชุดตรวจให้ชัดเจนก่อนซื้อ
- “ผลบวกลวง” กรณีที่ผลตรวจขึ้น 2 ขีด ที่แสดงว่า “ตั้งครรภ์” แต่ที่จริงแล้ว “ไม่ได้ตั้งครรภ์” นั่นมีโอกาสเกิดได้ในกรณีดังนี้
- มีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีเลือด หรือมีไข่ขาวในปัสสาวะ
- แผ่นทดสอบเสื่อมประสิทธิภาพ
- ตรวจในระหว่างที่ทานยาบางชนิด
- มีโอกาสเกิดได้ในผู้ที่มีฮอร์โมนผิดปกติ เช่น อ้วนมาก หรือเป็นโรคไทรอยด์
- “ผลลบลวง” คือกรณีที่ผลตรวจขึ้น 1 ขีด ที่แสดงว่า ไม่ตั้งครรภ์ แต่ที่จริงแล้ว ตั้งครรภ์ อาจเกิดจากตรวจในช่วงที่น้ำปัสสาวะเจือจาง , ตรวจในช่วงก่อน 6 วันหลังมีการปฏิสนธิหรือตรวจเร็วเกินไป หรือตรวจตอนท้องเกินกว่า 4 เดือน
ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง มีหลากยี่ห้อ หลายรุ่น และมีราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป
วิธีที่ 2. การตรวจการตั้งครรภ์โดยห้องปฏิบัติการ
ค่าบริการตรวจที่ประมาณ 300 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่ละโรงพยาบาล)
วิธีที่ 3. การเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์
การเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์ มีค่าบริการตรวจที่ประมาณ 800 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่ละโรงพยาบาล)
วิธีที่ 4. การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยอัลตร้าซาวด์
- ทราบอายุครรภ์
- ตำแหน่งการตั้งครรภ์ ว่า ในมดลูก หรือนอกมดลูก
- ที่ถุงน้ำ หรือซีสต์รังไข่หรือไม่
- มดลูกมีก้อนเนื้องอกหรือไม่
- ครรภ์แฝด
- หลัง 4 เดือนไปแล้ว สามารถตรวจเพศของลูก และคัดกรองความพิการได้
- ภาวะผิดปกติที่อาจเกิด เช่น รกเกาะต่ำ น้ำคร่ำมากหรือน้อยเกินไปเป็นต้น
การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยอัลตร้าซาวด์ มีค่าบริการตรวจที่ประมาณ 2,000 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่ละโรงพยาบาล)
การตรวจทั้ง 4 วิธีมีความสะดวก ความแม่นยำ ข้อดีแตกต่างกันไป
แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ จะซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง มาตรวจที่บ้านเป็นอันดับแรก ซึ่งแนะนำว่า ควรตรวจเมื่อประจำเดือนขาด และเลือกชุดตรวจที่มีคุณภาพ จากร้านที่น่าเชื่อถือ ควรตรวจซ้ำไม่ว่าผลจะเป็นบวกหรือลบ ทั้งนี้เมื่อผลเป็นบวก ก็ควรมาปรึกษาสูตินรีแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อฝากครรภ์ รับการดูแลและคำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณแม่และลูกต่อไป